“7 จุดสกปรกสุดยี้ในบ้าน สะสมเชื้อโรคอย่างคาดไม่ถึง”

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

             แม้ว่าจะหมั่นทำความสะอาดบ้านอย่างหมดจด แต่บางครั้งก็ยังไม่วายมีเชื้อโรควนเวียนรบกวนคนในบ้านให้เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ กันอยู่ นั่นก็เพราะบางจุดในบ้านอาจจะรอดพ้นสายตาของเรา จนทำให้ละเลยการทำความสะอาดไป เชื้อโรคก็ถือโอกาสนี้ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน เป็นอันตรายกับคนในบ้านอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ ดังนั้นวันนี้เรามาดูจุดสกปรกต่าง ๆ ในบ้าน แล้วหาทางจัดการกับเชื้อโรคที่แอบซ่อนอยู่ให้หมดไปดีกว่า เพราะคุณคงคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีเชื้อโรคซ่อนตัวอยู่มากมายขนาดไหน ยี้ !

1. ที่เก็บแปรงสีฟัน

            ที่เก็บแปรงสีฟัน โดยเฉพาะแบบแขวน เป็นจุดอันตรายอันดับแรกที่มีเชื้อโรค และแบคทีเรียซ่อนตัวอยู่ในนั้น เนื่องมาจากความชื้นจากแปรงสีฟัน ที่ถูกหมักหมมอยู่ในอุณภูมิที่เหมาะสมพอดี อำนวยความสะดวกให้เชื้อโรค และแบคทีเรียเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทีนี้ก็ไม่ต้องสืบเลยล่ะว่า เชื้อโรคจะแพร่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร ดังนั้นอย่าลืมล้างที่เก็บแปรงสีฟันทุกสัปดาห์ หรือทางที่ดีจะถอดออกมาล้างทุก ๆ 2-3 วันก็ได้ค่ะ

2. โถส้วม

           ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ได้ราง ๆ ว่า โถส้วมเป็นจุดที่สะสมความสกปรก และเชื้อโรคเอาไว้หลายชนิด และคงไม่ดีแน่ ๆ หากเราจะละเลยไม่สนใจทำความสะอาดโถส้วมอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่ต่างกับการที่คุณเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้ามาก่ออันตรายให้กับทุกคนในบ้านเลยใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าหมั่นทำความสะอาดโถส้วมบ่อย ๆ ดีกว่าเนอะ อ้อ ! อย่าลืมทำความสะอาดฝานั่งชักโครก และปุ่มกดน้ำด้วยล่ะ

3. ชามข้าวเหมียวโฮ่ง

            สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์อย่างน้องเหมียวและพี่หมา ควรต้องหมั่นใส่ใจชามข้าวของเจ้าสี่ขากันหน่อยแล้วล่ะ เพราะหากคุณละเลยไม่ใส่ใจจุดนี้ รับรองว่าเชื้อโรคและแบคทีเรียจากความชื้น เศษอาหาร และน้ำลายที่ตกค้าง จะแฝงตัวอย่างแนบเนียนไปกับชามข้าวของสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณอย่างแน่นอน เผลอ ๆ ยังอาจจะลุกลามมากระจัดกระจายตามพื้นบ้าน และผนังบ้านอีกต่างหาก ฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง และคนเลี้ยง ควรทำความสะอาดชามข้าวของสัตว์เลี้ยงอย่างน้อยวันละครั้ง คราวนี้คุณก็สามารถกอดรัดฟัดเหวี่ยงเขาได้เต็มที่เลยจ้า

4. อ่างอาบน้ำ และฝักบัว

           ถ้าจะหาคนที่ทำความสะอาดอ่างอาบน้ำ หรือฝักบัวทุกวันคงเป็นไปได้ยาก หรือแม้แต่ทำความสะอาดสุขภัณฑ์เหล่านี้สัปดาห์ละครั้งก็อาจจะหาได้ไม่ง่ายนัก ซึ่งก็คงไม่น่าแปลกใจใช่ไหมคะ ถ้าจะบอกว่า ทั้งอ่างอาบน้ำ และฝักบัวก็มีเชื้อโรค เชื้อรา และแบคทีเรียสะสมอยู่จำนวนมหาศาลเลยล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็คงดีกว่าหากเราจะทำความสะอาดอ่างอาบน้ำและฝักบัวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันคราบสกปรกสะสม โดยคุณจะเลือกใช้น้ำส้มสายชู หรือแอมโมเนียทำความสะอาดฝักบัว และท่อน้ำทิ้งอ่างอาบน้ำก็แล้วแต่สะดวกเลยจ้า

5. ผ้าเช็ดเท้า

           สังเกตดูง่าย ๆ ได้เลยว่า จุดที่มีเชื้อโรคซ่อนอยู่ มักจะเป็นจุดที่เราไม่ค่อยได้ใส่ใจนัก อย่างผ้าเช็ดเท้าหน้าประตูก็เช่นกัน ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญอะไร แต่เอาเข้าจริง ๆ เราใช้งานเขาในฐานะตัวกรองฝุ่น ดิน และความสกปรกก่อนเข้าบ้านเลยทีเดียวนะ ต่อไปนี้ก็ควรจะใส่ใจความสะอาดของผ้าเช็ดเท้าให้มากขึ้น อย่างน้อยนำไปซักเดือนละครั้งก็ยังดี แต่กับคนที่แพ้ฝุ่น หรือเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจจะต้องเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดผ้าเช็ดเท้าอีกสักหน่อยค่ะ

6. อ่างล้างจาน

           หลังจากล้างจานจนสะอาดเอี่ยมแล้ว หลายคนก็ลืมทำความสะอาดอ่างล้างจานไปด้วย จนเกิดคราบสกปรกสะสมตามอ่างล้างจาน และท่อน้ำทิ้งหนาเตอะขึ้นทุกวัน ครั้งต่อไปที่นำจาน หรือผักสดมาล้าง เชื้อโรคที่ซ่อนตัวอยู่ในอ่างล้างจานก็มีโอกาสข้องเกี่ยวกับชีวิตคุณโดยตรงได้ง่าย ๆ เลย ดังนั้นคงดีกว่าหากจะทำความสะอาดอ่างล้างจานด้วยน้ำส้มสายชู หรือน้ำยากำจัดคราบสกปรกชนิดใดก็ได้ เพื่อจำกัดเชื้อโรคในอ่างล้างจานให้อยู่หมัด แถมอ่างล้างจานก็จะสะอาดน่าใช้ ปลอดภัยกับทุกคนในบ้านด้วยจ้า

7. ปุ่มโทรศัพท์และแป้นคีย์บอร์ด

            ไม่เพียงแต่แป้นพิมพ์สำหรับคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊กเท่านั้น แต่รวมไปถึงแป้นโทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์มือถือของคุณเอง ที่มีคราบสกปรกและเชื้อโรคแฝงตัวอยู่มากมาย เนื่องจากเราใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้เหล่านี้ทุกวัน แต่กลับไม่ค่อยได้ทำความสะอาดอย่างจริงจังเท่าไรนัก และเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรหมั่นทำความสะอาดแป้นพิมพ์ทุกชนิด ด้วยการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคลงบนผ้าสะอาด แล้วนำไปเช็ดแป้นพิมพ์ให้สะอาดหมดจดด้วยนะจ๊ะ

เชื้อโรคเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็จริง แต่อย่างน้อยเราก็สังเกตเห็นความสกปรกที่ทิ้งหลักฐานอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างชัดเจนนะคะ ซึ่งถ้าหากว่าคุณจัดการคราบสกปรกเหล่านั้นให้หมดไป ก็เท่ากับว่าได้กำจัดเชื้อโรคออกจากบ้านไปได้มากพอสมควรแล้ว และทุกคนในบ้านก็จะมีชีวิตที่ปลอดภัยจากเชื้อโรค แถมยังแข็งแรงกันถ้วนหน้าด้วยจ้า

 

ขอบคุณแหล่งที่มา :home.kapook.com