หนังสือ 6 เล่ม ที่พสกนิกรไทยควรอ่าน!

 

หนังสือที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและบรรดาเชื้อพระวงศ์นั้น มีอยู่เป็นจำนานมาก แต่ในบรรดาหนังสือจำนวนมากเหล่านั้น ยังมีหนังสือที่ได้รับการตอบรับจากนักอ่านเป็นอย่างดี จนได้รับการพิมพ์ซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยวันนี้ เราขอแนะนำท่านไปรู้จักกับหนังสือที่ได้ชื่อว่า เป็นหนังสือสุดคลาสสิก ทั้ง6เล่ม ดังนี้ค่ะ

หนังสือ กลางใจราษฎร์ : หกทศวรรษแห่งการทรงงาน

              นำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ งาน เล่าเรื่องราวโดยละเอียดเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลใหม่และแหล่งข้อมูลนับร้อยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประกอบด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ตรงไปตรงมาและน่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นที่ไม่ค่อยได้รับการพูดถึง และมักเป็นที่เข้าใจอย่างคลาดเคลื่อน อาทิ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การสืบราชสันตติวงศ์ คณะองคมนตรี และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีการใช้บทสัมภาษณ์สถิติและการค้นคว้า เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและมุมมองใหม่ๆ เป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นที่กล่าวขานทั้งในกลุ่มผู้อ่านชาวไทยและชาวต่างชาติ

            จัดพิมพ์โดย เอดิซิยองส์ ดิดิเยร์ มิลเยต์ สำนักพิมพ์ที่ได้รับความเชื่อถือด้วยผลงานการจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยที่มีคุณภาพหลายเล่มและได้รับการจัดทำในฉบับภาษาไทย โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอเซียส์บุคส จำกัด และสำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม

หนังสือสมาธิกับการทำงานและพระสมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โดย พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร

           “สมาธิกับการทำงานและพระสมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” หนังสือที่จะนำไปสู่ความเข้าใจชีวิตและปัญหาอย่างแท้จริง เพราะสมาธิทำให้จิตใจสงบ แม้บางปัญหาจะแก้ไม่ได้ แต่สมาธิจะทำให้เข้าใจและสามารถเผชิญปัญหาได้ด้วยความสงบ ไม่ตื่นตระหนก สมาธิจึงเป็นบันไดขั้นแรกของการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง เพราะใจที่สงบเป็นใจที่ได้รับการบริหารและพัฒนา เป็นใจที่มีพลัง จะทำอะไรก็จดจ่อ กำกับสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่ขาดตอน คนมีสมาธิจึงเป็นคนที่ทำงานทุกชนิดเสร็จเร็วและเรียบร้อยไม่บกพร่อง สามารถรับงานปริมาณมากๆ และทำงานหนักได้โดยไม่มีปัญหาเหมือนคนขาดสมาธิ

              พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ศึกษาพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรมอย่างเข้มข้น ได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ “สมาธิ” นอกจากจะแนะนำเรื่องการทำสมาธิแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังประกอบด้วยส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ “พระสมาธิในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงการศึกษาและปฏิบัติธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

การทรงงานของพ่อ ในความทรงจำ โดย "ปราโมทย์ ไม้กลัด"

“หนังสือที่คนไทยทุกคนควรอ่าน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ในการทำความดีเพื่อพ่อ และแผ่นดินของเราสืบไป!"

             หนังสืออันทรงคุณค่าเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับเรื่องราวสุดประทับใจ ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนของลูกชาวสวนส้มที่มาไกลเกินฝัน "ปราโมทย์ ไม้กลัด" ผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลไปศึกษาปริญญาโทวิศวกรรมชลประทานยังสหรัฐอเมริกา คนที่ทำงานถวายพ่อมากกว่า 20 ปี แต่ภาพการทรงงานยังชัดเจนอยู่ในใจเสมอ จะไกล้ จะไกล จะลำบากแค่ไหน ถนนหนทางเข้าไปไม่ถึง ภูเขาสูงชัน ป่ารกทึบ น้ำท่วมขัง แม้แต่การทรงงานท่ามกลางฝน ดึกดื่นค่อนคืน พระองค์เสด็จฯ ไปด้วยพระเมตตา ไม่เคยย่อท้อ และแสดงให้เห็นเลยว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงให้ความสำคัญกับราษฎร โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้มีน้ำกิน น้ำใช้ รวมถึงพระราชทานโครงการพระราชดำริต่างๆ ช่วยเหลือ อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างรายได้ ให้พออยู่พอกินตามสมควรแก่อัตภาพ เป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อเลยว่า พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ทรงงานหนักมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปเสียอีก"

พระราชอารมณ์ขัน โดย วิลาศ มณีวัต

             นับจากวันแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ พระราชภารกิจนานัปการอันเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามก็ได้เริ่มต้นขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระเจ้าอยู่หัวแทบจะมิได้มีชีวิตส่วนพระองค์เลยวันเวลาของพระองค์ท่านหมดไปด้วยการเสด็จฯ เยี่ยมและช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ทั่วทุกถิ่นที่ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ... นั่นยังไม่รวมถึงพระราชกรณียกิจอีกมากมายในฐานะองค์พระประมุขของชาติ แม้จะตรากตรำและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้พระองค์ท่านสามารถรับพระราชภาระอันหนักเช่นนี้อยู่ได้นานนับหลายสิบปีก็คือ “อารมณ์ขัน” ... พระองค์ทรงมีพระราชอารมณ์ขันเป็นทางระบายความเครียดนั่นเอง “วิลาศ มณีวัต” ตระหนักเป็นอย่างดีถึงความสำคัญของแง่มุมอันนี้ จึงได้เก็บเล็มเรื่องราวแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเรียบเรียงเป็น “พระราชอารมณ์ขัน” เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับพระองค์ท่านด้วยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ

ใต้เบื้องพระยุคลบาท

           ดร.สุมธ ตันติเวชกุล เป็นหนึ่งในข้าราชบริพารที่ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปในที่หลายแห่งทั่วทุกภาคอย่างใกล้ชิด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณและได้พบเห็นสิ่งต่างๆ เมื่อเวลาพระองค์ทรงงาน ทรงมีพระราชปฎิสันถารกับราษฎรอย่างเป็นกันเองและไม่ถือพระองค์ ดร.สุเมธจึงถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นออกมาในรูปของปาฐกถา คำบรรยาย บทความอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา เรื่องราวอันชวนติดตามเหล่านี้ นอกจากทำให้ผู้อ่านทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัยได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือราษฎรจำนวนมากแล้ว ยังจะได้เรียนรู้ถึงวิธีคิดและวิธีทางงานของพระองค์อย่างลึกซึ้งอีกด้วย พระราชกระแสในโอกาสต่างๆ ที่ดร.สุเมธได้ถ่ายทอดออกมาล้วนเป็นแบบอย่างที่ควรแก่การนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติและดำเนินชีวิตของเราพสกนิกรทุกคน อาทิ พระกระแสที่ว่า "ความร่าเริงและรื่นเริง ความคึกคักและครึกครึ้นนั้นเป็นปัจจัยของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ" เป็นต้นไม่เพียงแต่สาระความรู้มากมาย ยังให้ความเพลิดเพลิน อันเนื่องมาแต่ "พระอารมณ์ขัน" ของพระองค์ที่ผู้ถ่ายทอดเล่าจากบันทึกความทรงจำอีกด้วย

“ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” โดย ลัดดา ซุบซิบ

             นายแถมสิน รัตนพันธุ์ นามปากกา ลัดดาซุบซิบ อดีตคอลัมนิสต์ผู้เขียนเรื่องราว ในวงการสังคมชั้นสูง ในหนังสือพิมพ์ และนิตยสารหลายฉบับ เช่น ไทยรัฐ ผู้จัดการรายวัน โพสต์ทูเดย์ สกุลไทย เป็นต้น โดยใช้นามปากกาว่า “ลัดดา” ซึ่งเป็นชื่อภรรยาของเขาเอง หนึ่งในผลงานอมตะของเขาคือ หนังสือ “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” ซึ่งทำสถิติขายดี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากสำนักพิมพ์ ต้องจัดพิมพ์ใหม่ถึง 38 ครั้ง ในระยะเวลาเพียงสองปี

              เหตุที่หนังสือ “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” มีกระแสตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่างดี เพราะคุณแถมสินได้นำเอาความประทับใจ ความซาบซึ้งใจ กับเรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน ของในหลวงรัชกาลที่9 และ พระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ ที่อ่านแล้วอมยิ้ม บางเรื่องก็น้ำตาซึมไม่รู้ตัว อาทิเช่น “ของใช้ห้องสรงส่วนพระองค์ล้วนเป็นของธรรมดา” “ในหลวงโปรดทรงงานกับพื้น” “ในหลวงทรงสนพระทัยฎีกานักโทษปีละกว่า ๑,๐๐๐ ราย” รถยนต์ส่วนพระองค์ “สมเด็จพระเทพ” ทรงติดป้ายสติ๊กเกอร์ “ขออภัยมือใหม่”  ฯล เมื่อคุณอ่านแล้วคุณจะรู้สึกว่า คุณได้ “ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” อย่างแท้จริง


 


ขอบคุณแหล่งที่มา :  tnews