"ตอนที่ 1626 "


                                                                                     

คนที่ไม่เคยแก่  จะไม่รู้เรื่องของความแก่  จึงไม่ค่อยเชื่อที่คนแก่บ่นให้ฟัง  จนมาเจอกะตะเองถึงจะร้องอ๋อ  มันเป็นอย่างนี้นี่เอง...

เช้าวันอาทิตย์ตื่นนอนมาก็ปวดนิ้วชี้ข้างขวาบวมแดงไม่มีแรงจะหยิบจับยกดึงอะไรได้สะดวกสบาย  ต้องใช้มือซ้ายนำทาง  วันหยุดสุดสัปดาห์โลกเลยไม่ค่อยโสภาดาราไม่โสภี  วันจันทร์เช้าก็ล้างมือด้วยน้ำอุ่นจากก๊อก (ทำไว้เอง)  ความบวมแดงลดลง  เอาถุงมืออนามัยน้องนุ่งให้มาเป็นผ้ายืดผสมสารอะไรก็ไม่รู้  เวลาขัดข้อมือเคยเอามาใช้ก็หาย  งวดนี้ไม่หาย  พาลพาโลว่าตะเองคงเป็นหมา เอ้ยเก๊า เข้าแล้ว  กะจะไปเจาะดูเลือดจักน่อยแต่อย่างน้อยก็ รอให้ค่อยยังชั่ว  วันเวลาก็ผันผ่านไปอีก 1 วัน ไม่หายแฮะ  เลยตัดสินใจไปหา ’จารย์เจ้าเก่า...

‘จารย์จับมือแล้วหัวเราะก๊าก  บอกว่าหมาเหมออะไรไม่ใช่  เส้นเอ็นมันเบียดทับกันแล้วกำลังอักเสบ  ว่าแล้วก็กดร่องนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 1 ที  นิ้วชี้กับนิ้วโป้งอีก 1 ที  ดึงทั้ง 3 นิ้วอีก 1 ที  แล้วกดกลางฝ่ามืออีก 1 ที  สุดท้ายดึงแขนอีกที  ตรงข้อมืออีกทีรวม 5 ที  เจ็บแทบขาดใจ  ‘จารย์บอกว่าลองกำมือดู  โอ้โฮเฮะ หายเจ็บยังกะปลิดทิ้ง  กำมือ  คลายมือ  กระดิกนิ้วทั้ง 3ยังกะไม่เคยเป็นอะไรมาก่อน  ที่บวมยุบลงไปแต่ที่แดงยังเรื่อๆ  ขับรถกลับมากินข้าวกินปลาแล้วทำงานนิดนุงก็มาเขียนเว็บเล่าอาการให้อ่านนี่แหละ...

อยากจะบอกอะไร  ก็อยากจะบอกที่พระพุทธองค์ทรงสอนว่าเรามีความเกิดเป็นธรรมดาเราจะล่วงพ้นความเกิดไปไม่ได้  เรามีความแก่เป็นธรรมดาเราจะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้  เรามีความเจ็บเป็นธรรมดาเราจะล่วงพ้นความเจ็บไปไม่ได้  และเรามีความตายเป็นธรรมดาเราจะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้อีกเช่นกัลล์  เกิดแล้วก็แก่แล้วก็เจ็บแล้วก็ตาย  ระหว่างเกิดไปแก่อาจแข็งแรงเพราะยีนส์พันธุกรรมดี(กรรมดี) หรือดูแลตะเองดีด้วยอาหาร  อารมณ์  อากาศ  ออกกำลังกายจนไม่ค่อยเจ็บค่อยไข้  แต่เมื่อชราธัมโมมหิ  ชะรังอะนะตีโต  ความแก่มาเยือนเมื่อไร  สังขารย่อมเสื่อมโทรมไปต้องเจ็บไข้ด้วยดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  ที่ประกอบเป็นกายเริ่มแปรปรวน...

อาการเจ็บตอนชราช่วยให้ร้ายเป็นดีด้วยสติ  กำหนดไว้ทุกอิริยาบทด้วยการทำสมาธิภาวนาแต่ก็ใช่ว่าชราแล้วค่อยทำ  ต้องปูพื้นฐานตั้งแต่ขาแขนแข็งแรงนั่งขัดสมาธิเดินจงกรมได้อย่างดี  อานิสงค์จะส่งผลในบั้นปลาย  เพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันนิ้วหัก  แขนหัก  ขาหัก  เปลี่ยนสะโพก  เปลี่ยนข้อเข่าเกือบหมด  บางคนก็ล้ม  บางคนก็กระดูกพรุน  เราทั้งล้มทั้งพรุนแต่สติที่ฝึกมาดีแล้วไม่ทำให้หักแค่เปือดม่วยหรือแขนขาฝืด  เดินเหินไม่คล่องตัว  ไม่ถึงกับถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร  เอ๊ยไม้เท้า  พอเขียนหนังสือได้ก็เรื่อยเจื่อยเชียวนะตะเอง...

ก็หยั่งที่เราพร่ำบอกเพื่อนพ้องน้องพี่ว่าอย่าชมว่าดูแข็งแรง  อย่าเชื่อสายตาเด็ดขาด  ดูดีไปงั้นเพราะไม่ทิ้งอาหาร  อารมณ์  อากาศ  ออกกำลังกายและดูแลตะเองค่อนข้างดีแต่จริงๆแล้วอวัยวะน้อยใหญ่คิดว่าดีกว่าคน รุ่นเดียวกันนิโหน่ยเท่านั้น    ยังเขียนได้  พูด(โฆษณา)ได้  เล่น(คลิป)ได้  ขับรถ(ยนต์)ได้  ไปไหนมาไหนได้ด้วยตะเอง  มิเคยคิดว่าต้องเป็นคน(เริ่ม)แก่ ที่สะเงาะสะแงะ  เกาะแขนเกาะขาน้องนุ่งหรือถือร่มแทนไม้เท้าแต่ประการใด  แล้วเราก็ผ่านวันผู้สูงวัยมาอีกปี ไชโย  โอป้า

                                                                                                                                   

 

                       

ซู๊ดจาดี๊ดี